วิธีการต่อภาษี พรบ. ต้องทำอย่างไร
KNOWLEDGE

วิธีการต่อภาษี พรบ. ต้องทำอย่างไร

วิธีการต่อภาษี พรบ. ต้องทำอย่างไร

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการขับขี่รถบิ๊กไบค์ นอกจากการให้ความสำคัญกับรถแล้ว อย่าลืมให้ความสำคัญเรื่องกฎหมายต่างที่เกี่ยวกับรถด้วยอย่างเช่นเรื่องขอการต่อภาษี พรบ. ของรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด เพราะกฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถต้องดำเนินการต่อภาษีในทุกปีอยู่แล้ว ซึ่งถ้าเราไม่ทำการต่อถือว่าเราทำผิดกฎหมายและยังมีเรื่องของค่ารักาพยาบาทต่าง ๆที่เราสามารถเบิกจาก พรบ .ได้ถ้าเกิดอุบัติเหตุอีก วันนี้เว็บไซต์ MOTOGPWORLD จะพาทุกท่านไปรู้จักว่า วิธีการต่อภาษี พรบ. ต้องทำอย่างไร  และถ้าหากไม่ต่อ พรบ. จะส่งผลอย่างไรบ้างและเราสามรถเบิกอะไรได้บ้างถ้าเกิดอุบัติเหตุ ไปลองรับชมกันครับ

การต่อภาษี พรบ. มีวิธีการอย่างไร

กฎหมายได้บังคับให้ยานพาหนะทุกประเภทที่ขับขี่อยู่ในประเทศไทยจะต้องได้รับการทำประกันภาคบังคับ โดยประกันนี้ถูกเรียกว่าประกัน พรบ. หรือ ต่อทะเบียนรถ โดยมีสาเหตุสำหรับการทำ พรบ. นั้นเพื่อเป็นการประกันภัยและคุ้มครองทั้งผู้ขับขี่และผู้เสียหายที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุที่เกิดจาการขับขี่รถ ที่จะต้องได้รับการรักษาพยาบาลหรือการจัดการค่าทำศพเมื่อเกิดอุบัติเหตุจนถึงขั้นเสียชีวิต จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่กลายเป็นหน้าที่ของประชาชนคนไทยทุกคนที่จะต้องทำการต่อภาษีรถยนต์เป็นประจำทุกปี ดังนั้น มาดูกันว่าการต่อภาษีรถยนต์ หรือ ต่อ พรบ. ระยนต์ มีขั้นตอนอย่างไร และถ้าหากไม่ทำการต่อ พรบ. จะส่งผลอย่างไร

 

เอกสารที่ใช้สำหรับการต่อภาษี พรบ.

1.สมุดหน้าเล่ม หรือ คู่มือจดทะเบียนรถยนต์ เป็นเอกสารที่แสดงถึงการเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถ ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ซึ่งผู้เป็นเจ้าของรถต้องเตรียมเอกสารเพื่อทำการยื่นสำหรับการต่อภาษีรถยนต์ ซึ่งในกรณีที่รถอยู่ระหว่างการเช่าซื้อ หรือ รถอยู่กับสถาบันการเงินที่เรียกว่า ติด Finance เจ้าของรถสามารถใช้สำเนาคู่มือรถยนต์ หรือ สำเนาสมุดหน้าเล่ม ในการยื่นเพื่อทำการต่อภาษีและ พรบ. รถมอเตอร์ไซค์ของคุณแทนคู่มือรถเล่มจริงได้

2.สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของรถ โดยผู้เป็นเจ้าของรถต้องเตรียมสำเนาบัตรประชาชนในการดำเนิดการต่าง ๆเกี่ยวกับการต่อภาษีรถ ซึ่งสำเนาบัตรประชาชน จะต้องใช้เกือบทุกครั้งเลยก็ว่าได้ในการดำเนิดการต่างๆ เกี่ยวกับราชการงานหลวง

3.หลักฐานการผ่านการตรวจสภาพรถ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถนำรถยนต์เข้ารับการตรวจสภาพรถยนต์ได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือจุดย่อยประจำอำเภอ หรือสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ได้ ซึ่งเอกสารตัวนี้จะใช้สำหรับรถที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี เท่านั้นจึงจะต้องได้รับการตรวจสภาพก่อนยื่นต่อภาษีหรือ พรบ. รถที่เราต้องการต่อภาษี

 

ขั้นตอนการต่อภาษี พรบ.มีขั้นตอนอะไรบ้าง

1.นำเอกสารที่เตรียมไว้ไปยื่นเพื่อทำการต่อภาษีที่สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือจุดย่อย หรือ ตัวแทน และ ผ่านบริษัทประกันซึ่งพรบ.จะมาพร้องกับประกันของรถที่เราใช่งานอยู่แล้ว

2.ชำเงินค่าภาษี หรือ พรบ. รถยนต์ของท่านตามที่กฎหมายกำหนด

3.บันทึกรายการค่าภาษีรถยนต์ของท่าน

4.รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี และหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ (ป้ายวงกลม)

 

เราสามรถต่อภาษีรถได้ที่ไหนบ้าง

1.ต่อผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ เว็บไซต์ของกรมขนส่งทางบก (เฉพาะรถที่ไม่ต้องตรวจสภาพ)

2.สำนักงานกรมการขนส่งทางบกทุกแห่งทั่วประเทศ

3.ต่อ พรบ. ผ่านโบรกเกอร์ประกันภัย/ตัวแทนประกันภัยต่างๆ

4.ต่อ พรบ. ผ่านบริษัทประกัน

ความคุ้มครองของ พ.ร.บ. รถที่กฎหมายกำหนด

– ค่าเสียหายเบื้องต้นที่จะได้รับ

ผู้ประสบภัยจะได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายเบื้องต้น โดยที่ยังไม่ต้องพิสูจน์ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดหรือถูก ซึ่งเป็นจำนวนเงินดังต่อไปนี้

กรณีบาดเจ็บ ได้รับเงินชดเชยสูงสุดคนละไม่เกิน 30,000 บาท

-กรณีถึงขั้นเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะ ได้รับเงินชดเชยสูงสุดคนละไม่เกิน35,000 บาท

-กรณีที่ได้รับบาดเจ็บแล้วสูญเสียอวัยวะตามมา จะได้รับเงินชดเชยทั้งสองกรณี คนละไม่เกิน65,000 บาท

-กรณีรักษาพยาบาลแล้วเสียชีวิตภายหลัง จะได้รับค่าชดเชย คนละไม่เกิน65,000 บาท เช่นกัน

 

ค่าสินไหมทดแทนซึ่งหลังจาการดำเนินการทางกฎหมายแล้วเมื่อพิสูจน์ได้แล้วว่าผู้ประสบภัยเป็นฝ่ายถูก (ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร) จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพิ่มอีกดังต่อไปนี้

-ค่ารักษาพยาบาลตามจริง คนละไม่เกิน80,000 บาท

กรณีสูญเสียอวัยวะ มีหลักเกณฑ์การรับเงินชดเชย ดังต่อไปนี้

–  สูญเสียอวัยวะ 2 ส่วนขึ้นไป – ได้รับ 300,000 บาท

–  สูญเสียอวัยวะ 1 ส่วน – ได้รับ 250,000 บาท

–  สูญเสียนิ้ว ตั้งแต่ 1 นิ้วขึ้นไป – 200,000 บาท

-กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวร ได้รับค่ารักษาพยาบาลตามจริงคนละไม่เกิน300,000 บาท

ค่าชดเชยการรักษาตัวกรณีผู้ป่วยในวันละ 200 บาทระยะเวลาไม่เกิน 20 วันและรวมค่าสินไหมทดแทนทั้งหมดคนละไม่เกิน 304,000 บาท

จะเห็นได้ว่า พรบ.ของรถนั้น ให้ความคุ้มครองผู้ประสบภัยมากเลยที่เดียว จึงจำเป็นที่ทุกคนที่มีรถหรือยานพาหนะต้องทำ พ.ร.บ. อย่าปล่อยให้ พ.ร.บ. ขาดเด็ดขาด และควรรีบไป ต่ออายุ พ.ร.บ. เมื่อใกล้หมดอายุซึ่งสามารถ ต่อพรบ.ล่วงหน้าได้ถึง 3 เดือนเลยทีเดียว และอีกอย่างพรบ.มีความสำคัญมากเพราะใช้ในการต่อพาษีรถซึ่งถ้าภาษีขาด เวลาที่โดนเรียกตรวจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะถูกปรับเป็นเงินหลายบาทอีกด้วย และทุกท่านสารถติดตามข่าวสาร สาระดีจากเว็บไซต์ MOTOGPWORLD ได้ทุกวันเลยนะครับ

#วิธีการต่อภาษี พรบ. ต้องทำอย่างไร #ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *