นักบิดไทยในเวที MotoGP
ข่าวรถแข่ง

นักบิดไทยในเวที MotoGP

นักบิดไทยในเวที MotoGP

จากจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในวงการมอเตอร์สปอร์ตของไทยในฐานะ ผู้จัดการแข่งขันในระดับ Moto GP เมื่อสามปีก่อนทำให้จุดประกายเหล่าผู้ให้การสนับสนุนในทุกแวดวงให้หันมาสนใจในกีฬาประเภทนี้มากขึ้น Honda หนึ่งในผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลกและในไทยไม่รอช้าที่จะสร้างโครงการดีๆเพื่อสร้างเป็นจุดเริ่มต้นสานต่อความสำเร็จของมอเตอร์สปอร์ตในรูปแบบอื่นๆต่อไป

คนแรกอย่าง สมเกียรติ จันทรา นักแข่งวัย 22 ปีที่ปีนี้โลดแล่นอยู่ใน Moto 2 เป็นฤดูกาลที่ 3 แล้ว ภายใต้ทีม IDEMITSU Honda Team Asia ของทีมผู้ผลิตอย่าง Kalex ที่เป็นมหาอำนาจของ Moto 2 อยู่ในขณะนี้ ซึ่งผลงานล่าสุดของเขาถือว่า เขย่าทุกสื่อระดับโลกไปแล้ว หลังจากทำผลงานได้ดีเยี่ยมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มฤดูกาล 2021 โดยเฉพาะใน 5 สนามหลังสุดที่โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดหลังทำเวลาในรอบคัดเลือกได้เป็น10อันดับแรกเสมอ ก่อนมาคว้าอันดับ 5 ในสนามล่าสุดที่ประเทศ ออสเตรีย พร้อมพ่วงตำแหน่ง Fastest Laps หรือ ผู้ที่ทำเวลาเฉลี่ยต่อรอบได้เร็วที่สุด ปัจจุบัน สมเกียรติ จันทรา อยู่อันดับที่ 15 ในตารางคะแนนรวม ถ้ายังรักษาฟอร์มแบบนี้ได้มีโอกาสที่จบฤดูกาลด้วยเลขตัวเดียวได้เลย

ส่วนนักบิดไทยอีกคนอย่าง ธัชกร บัวศรี วัย 20 ปี ที่โลดแล่นในเวทีระดับจูเนียร์ ซึ่งล่าสุดในการแข่งขันที่ออสเตรียเช่นเดียวกันเขาสามารถคว้าอันดับ 2 ได้ด้วย ซึ่งในเวทีการแข่งขันที่ธัชกรร่วมแข่งอยู่นั่น เป็นเหมือนแหล่งส่งนักบิดขึ้นสู่ระดับ Moto GP หลังในช่วงไม่กี่ปีหลังโควตาหลักที่ขึ้นไปแข่งใน Moto 2 หรือ Moto 3 ล้วนมาจากเมเจอร์ระดับจูเนียร์ทั้งสิ้น  ซึ่งจากภาพรวมของสองนักบิดไทยที่กำลังโลดแล่นในระดับโลกต้องบอกได้เลยว่า โครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” มาถูกทางแล้ว มีแนวโน้มที่จะส่งนักแข่งขึ้นสู่ Moto GP ได้ในอนาคตอันใกล้นี่แน่นอน

ภายใต้โครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ที่ทาง Honda ร่วมกับหลายๆฝ่ายสร้างขึ้นเพื่อเป็นหนึ่งในRoadmap พัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย โดยจุดมุ่งเน้นของโครงการนี้คือการพัฒนาและบ่มเพาะเหล่านักบิดไทยตั้งแต่ในระดับเยาวชนเพื่อหวังที่จะต่อยอดในการส่งนักบิดไทยไปโลดแล่นในเวทีระดับดลกอย่าง Moto GP ให้ได้

ซึ่งหลังจากนักขับของไทยที่เคยไปสร้างชื่อสร้างอย่าง ฟีม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ที่เคยแข่งในระดับ Moto 3 และ Moto 2  มาแล้ว ก็ยังไม่มีนักบิดไทยรุ่นใหม่ไปสานต่อความสำเร็จต่อจากรุ่นพี่ได้เลย ซึ่งต่างจากประเทศมหาอำนาจในวงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างสเปนหรืออิตาลี ที่เขาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเยาวชนเป็นอย่างมาก จนทำให้สามารถส่งนักแข่งเข้าแข่งในทุกระดับได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ซึ่งถึงแม้ในประเทศไทยเราจะเริ่มช้าแต่ก็ไม่ใช่ไม่สามารถทำให้ เพราะหลังจากมีโครงการนี้ขึ้นมา ก็ได้มีการทยอยส่งนักแข่งไปแข่งในเวทีต่าง ๆ มากมาย และก็สามารถคว้าแชมป์ในระดับโลกและทวีปมาอย่างต่อเนื่องในระดับเยาวชนหรือรุ่นเล็ก จนปัจจุบันเราสามารถส่งนักบิดไทยไปแข่งในเวที Moto GP ได้สำเร็จแล้ว ซึ่งผลงานก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

 

นักบิดไทยในเวที MotoGP

# ข่าวรถใหม่

#ข่าวกีฬา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *